การฟอกฟันขาว
เลือกหัวข้อการฟอกฟันขาว
การฟอกสีฟัน (ฟอกฟันขาว) คือการทำให้ฟันที่หมองคล้ำหรือเหลืองกลับมาขาวสว่างขึ้น โดยใช้น้ำยาฟอกร่วมกับแสงเย็น Cool Light LED ที่ iDentist Clinic เริ่มต้น 3,990 บาท เห็นผลภายใน 1 ชั่วโมง ทันตแพทย์ดูแลทุกขั้นตอนเพื่อความปลอดภัยและลดอาการเสียวฟัน ให้บริการ 3 สาขา เกษตร แจ้งวัฒนะ และรังสิต จองปรึกษาฟรีทาง LINE
ฟันเหลือง ฟันหมองคล้ำจากชา กาแฟ หรือบุหรี่ ทำให้หลายคนไม่กล้ายิ้มเต็มที่ การฟอกสีฟัน หรือฟอกฟันขาว เป็นทางเลือกที่ช่วยคืนความขาวสว่างให้รอยยิ้มได้อย่างปลอดภัยเมื่อทำโดยทันตแพทย์ บทความนี้จะช่วยให้คุณเข้าใจว่าฟอกสีฟันแบบไหนดี ราคาเท่าไหร่ เจ็บหรือเสียวฟันไหม ผลอยู่ได้นานแค่ไหน และต่างจากการทำวีเนียร์อย่างไร เพื่อให้คุณตัดสินใจได้อย่างมั่นใจ
ฟอกสีฟัน คืออะไร และทำให้ฟันขาวขึ้นได้จริงไหม
ฟอกสีฟันคือหัตถการทันตกรรมที่ใช้น้ำยาฟอก (สารกลุ่มไฮโดรเจนเปอร์ออกไซด์หรือคาร์บาไมด์เปอร์ออกไซด์) แทรกซึมเข้าไปสลายเม็ดสีในเนื้อฟัน ทำให้ฟันขาวขึ้นได้จริงโดยไม่ทำลายชั้นเคลือบฟัน ผลลัพธ์โดยทั่วไปทำให้ฟันขาวขึ้นราว 3 ถึง 5 เฉด ขึ้นอยู่กับสีฟันเดิมและสาเหตุของฟันเหลือง
สีฟันที่เปลี่ยนไปมาจากสองสาเหตุหลัก ได้แก่ ปัจจัยภายนอก เช่น คราบจากชา กาแฟ ไวน์แดง และบุหรี่ และปัจจัยภายใน เช่น การได้รับยาบางชนิดตอนวัยเด็กหรือฟันที่ตายแล้ว การฟอกสีฟันได้ผลดีที่สุดกับคราบจากภายนอก ส่วนฟันที่เปลี่ยนสีจากภายในอาจต้องใช้วิธีเฉพาะซี่หรือพิจารณาทางเลือกอื่นร่วมด้วย
Tooth Whitening การฟอกฟันขาวเป็นวิธีการที่ช่วยฟื้นคืนความขาวกระจ่างให้กับฟัน โดยใช้น้ำยาฟอกฟันควบคู่กับการฉายแสง Cool Light LED หรือเลเซอร์ เพื่อช่วยเร่งกระบวนการทำงานของน้ำยา การเปลี่ยนสีฟันให้ขาวใสมากหรือน้อยนั้น ขึ้นอยู่กับสองปัจจัยหลัก ได้แก่:
- ปัจจัยภายนอก เช่น การดื่มชา กาแฟ บุหรี่ หรือการรับประทานอาหารที่มีสีจัด
- ปัจจัยภายใน เช่น การสะสมของเม็ดสีในชั้นเนื้อฟันจากการใช้ยาในวัยเด็ก หรือฟันตาย
กระบวนการนี้เริ่มต้นด้วยการใช้น้ำยาฟอกฟันที่มีความเข้มข้นสูง ป้ายลงบนพื้นผิวฟัน จากนั้นจะฉายแสง Cool Light LED เพื่อกระตุ้นน้ำยาฟอกสีฟันให้เกิดการแตกตัวเป็นออกซิเจน และแทรกซึมไปขจัดเม็ดสีที่ฝังลึกในเนื้อฟัน โดยเฉพาะคราบสีเหลือง ทำให้ฟันกลับมาขาวสว่างสดใส โดยไม่ทำลายชั้นเคลือบฟัน
ใครบ้างที่ควร ฟอกฟันขาว ?
หากคุณมีปัญหาสีฟันคล้ำ ไม่ขาวใส หรืออยากเพิ่มความมั่นใจในรอยยิ้ม ลองเช็คตัวเองจากลิสต์นี้ว่าเข้าข่ายหรือไม่
- ผู้ที่ต้องการสร้างความประทับใจในที่ทำงาน โดยเฉพาะงานที่ต้องพบปะผู้คนบ่อย ๆ
- คนที่ชื่นชอบการดื่มชา กาแฟ หรือเครื่องดื่มแอลกอฮอล์เป็นประจำ
- ผู้ที่สูบบุหรี่จนฟันหมองคล้ำ
- ผู้ที่มีปัญหาเนื้อฟันเหลืองจากการใช้ยาปฏิชีวนะในอดีต
การฟอกฟันขาวไม่เพียงเปลี่ยนสีฟัน แต่ยังเติมเต็มความมั่นใจ และทำให้คุณยิ้มได้อย่างภาคภูมิใจทุกครั้ง
เปลี่ยนลุคให้ฟันขาวปิ๊ง! ฟอกฟันขาว ช่วยได้จริงหรือเปล่า?
อยากรู้ไหมว่าการฟอกสีฟันช่วยทำให้ฟันขาวขึ้นได้จริงหรือเปล่า? คำตอบคือ ได้จริงแน่นอน หลังจากฟอกสีฟัน คุณจะสัมผัสได้ถึงความเปลี่ยนแปลงที่ฟันขาวขึ้น แต่ผลลัพธ์จะอยู่ได้นานแค่ไหนนั้นขึ้นอยู่กับหลายปัจจัย เช่น สีฟันเดิมของคุณ คุณภาพของน้ำยาฟอกสีฟัน และอุปกรณ์ที่ใช้ รวมถึงการดูแลช่องปากในชีวิตประจำวัน เช่น การเลือกรับประทานอาหาร หลีกเลี่ยงเครื่องดื่มที่มีสีจัด หรือการเลิกสูบบุหรี่ ซึ่งสิ่งเหล่านี้ช่วยยืดอายุความขาวของฟันได้ครับ
นอกเหนือจากการฟอกสีฟัน ยังมีอีกวิธีที่ทำให้ฟันของคุณกลับมาขาวใสเหมือนใหม่ นั่นคือ การทำวีเนียร์ (Veneer) หรือการเคลือบฟันขาว วิธีนี้เหมาะสำหรับคนที่มีปัญหาฟันเหลือง ฟันดำคล้ำ หรือฟันที่ดูไม่สดใส โดยวีเนียร์เป็นแผ่นเซรามิกบางๆ ที่ออกแบบมาให้พอดีกับฟันของคุณ ติดไว้บริเวณด้านหน้าของฟัน ช่วยให้รอยยิ้มดูสวยขึ้นทันที และคุณยังสามารถเลือกระดับความขาวของฟันได้ตามความต้องการอีกด้วย
ฟอกสีฟัน แบบไหนดี เลือกอย่างไรให้เหมาะกับคุณ
| เปรียบเทียบ | ฟอกที่คลินิก (In-office) | ชุดฟอกที่บ้าน (Home Kit) |
|---|---|---|
| ความเข้มข้นน้ำยา | สูง (ทันตแพทย์สั่งจ่ายและควบคุม) | ต่ำกว่า ออกแบบให้ใช้เองได้ปลอดภัย |
| ความเร็วเห็นผล | เร็วมาก เห็นชัดใน 1 ชั่วโมง | ค่อยเป็นค่อยไป ต้องทำต่อเนื่องหลายวัน |
| ใช้แสงกระตุ้น | ใช้ Cool Light LED เร่งปฏิกิริยา | ไม่ใช้ หรือใช้ไฟพลังงานต่ำ |
| โอกาสเสียวฟัน | มีได้มากกว่า แต่ทันตแพทย์ควบคุมและมีตัวช่วยลดเสียวฟัน | น้อยกว่า |
| เหมาะกับใคร | อยากเห็นผลเร็ว มีงานสำคัญ | งบกลาง ๆ ทำเองสม่ำเสมอได้ |
เทียบระบบฟอกสีฟัน: Cool Light LED, Zoom และน้ำยา Pola กับ Opalescence
นอกจากเลือกว่าจะทำที่คลินิกหรือที่บ้าน อีกสิ่งที่คนมักสงสัยคือระบบและน้ำยาแต่ละแบบต่างกันอย่างไร ที่ iDentist เราเลือกใช้ระบบแสงเย็นและน้ำยานำเข้าที่ได้มาตรฐาน เพื่อผลลัพธ์ที่ขาวชัดและลดอาการเสียวฟันให้มากที่สุด
| ระบบ / น้ำยา | จุดเด่น | เหมาะกับ |
|---|---|---|
| Cool Light LED (แสงเย็น) | ใช้แสงเย็นกระตุ้นน้ำยา ลดความร้อนสะสม จึงลดอาการเสียวฟัน เห็นผลใน 1 ชั่วโมง | คนที่กลัวเสียวฟันและอยากเห็นผลเร็ว |
| Zoom Whitening | ใช้พลังงานแสงสีฟ้าเข้มข้น ขจัดคราบฝังลึก ภาพจำขาวชัดในครั้งเดียว | คนที่ต้องการความขาวสูงสุดในครั้งเดียว |
| น้ำยา Pola Office | สูตรลดอาการเสียวฟัน ยืดหยุ่นในการปรับความเข้มข้น | คนที่มีประวัติเสียวฟันง่าย |
| น้ำยา Opalescence (USA) | นิยมสำหรับชุดฟอกที่บ้าน คงความขาวได้ยาวนาน | คนที่ทำต่อเนื่องเองที่บ้าน |
ทันตแพทย์จะช่วยเลือกระบบและความเข้มข้นที่เหมาะกับเนื้อฟันและประวัติเสียวฟันของคุณ เพื่อความปลอดภัยและคุ้มค่าที่สุด
เทคนิคการฟอกสีฟันที่กำลังเป็นที่นิยม
นอกจากวิธีการข้างต้น ยังมีการฟอกสีฟันที่เน้นใช้เทคโนโลยีล้ำสมัย ซึ่งกำลังได้รับความนิยมในปัจจุบัน ได้แก่:
1. ฟอกฟันด้วยแสงเย็น (Cool Light Whitening)
ใช้แสง LED ฉายบนฟันที่ถูกทาน้ำยาฟอกสีฟัน แสงจะช่วยกระตุ้นให้เม็ดสีบนผิวฟันแตกตัว ส่งผลให้ฟันดูขาวใสขึ้น เหมาะสำหรับผู้ที่ต้องการผลลัพธ์ที่รวดเร็วและปลอดภัย
2. ฟอกฟันด้วยเลเซอร์ (Laser Whitening)
เป็นการใช้แสงเลเซอร์ไดโอดในการกระตุ้นน้ำยาฟอกสีฟันให้แทรกซึมลึกขึ้นในเนื้อฟัน วิธีนี้สามารถขจัดคราบและเม็ดสีได้อย่างมีประสิทธิภาพในเวลาอันสั้น
3. ฟอกฟันแบบซูม (Zoom Whitening)
ใช้พลังงานแสงสีฟ้าที่มีความเข้มข้นสูง กระตุ้นน้ำยาฟอกสีฟันให้ทำงานอย่างล้ำลึก ช่วยกำจัดคราบฝังแน่นบนผิวฟันโดยไม่ทำลายเนื้อฟัน เหมาะสำหรับผู้ที่ต้องการฟอกฟันแบบมืออาชีพในระยะเวลาเพียง 30-45 นาที
ไม่ว่าคุณจะเลือกวิธีการฟอกสีฟันแบบใด ควรปรึกษาทันตแพทย์เพื่อให้ได้วิธีที่เหมาะสมกับสภาพฟันของคุณมากที่สุดครับ การฟอกสีฟันที่ดีไม่เพียงช่วยเพิ่มความมั่นใจ แต่ยังช่วยเสริมสร้างรอยยิ้มที่สดใสในแบบที่คุณต้องการ
คู่มือการ ฟอกฟันขาว แบบเข้าใจง่าย
เตรียมตัวก่อนฟอกสีฟัน
1. ตรวจเช็คสีฟัน
ก่อนเริ่มต้นกระบวนการฟอกสีฟัน ทันตแพทย์จะตรวจสอบและวัดระดับสีฟันของคุณเพื่อเปรียบเทียบผลลัพธ์หลังการรักษา
2. ทำความสะอาดฟัน
การเตรียมฟันให้พร้อมเป็นขั้นตอนสำคัญ ทันตแพทย์จะขูดหินปูน (หากมี) และขัดฟันเพื่อให้ผิวฟันสะอาดหมดจด
3. ป้องกันเหงือกและริมฝีปาก
ใช้อุปกรณ์ช่วยปกป้องริมฝีปากและเหงือก เพื่อความปลอดภัยระหว่างการฟอกสีฟัน
กระบวนการฟอกสีฟัน
- ทันตแพทย์จะทาน้ำยาฟอกสีฟันที่ออกฤทธิ์เฉพาะจุด แล้วใช้เครื่อง Cool Light LED กระตุ้นการทำงานของน้ำยา
- ขั้นตอนทั้งหมดใช้เวลาประมาณ 30-45 นาที
หลังฟอกสีฟันอาจเกิดอะไรขึ้น?
บางคนอาจรู้สึกเสียวฟันเล็กน้อยหลังการฟอกสีฟัน ซึ่งเป็นอาการปกติที่เกิดขึ้นได้ แต่ด้วยเทคโนโลยีที่ทันสมัย อาการนี้มักลดน้อยลง และจะหายไปเองภายใน 48 ชั่วโมง
iDentist Dental Clinic
การฟอกฟันขาว
ฟอกสีฟัน ราคาเท่าไหร่ที่ iDentist
ฟอกฟันขาวที่คลินิกใน 1 ชม
ระบบ LED แสงเย็น โปรโมชั่น พิเศษ
A
Premium White (ฟอกที่คลินิก)
3,990 บาท
ระบบแสงเย็น Cool Light LED เห็นผลใน 1 ชั่วโมง
A+
Ultra White (ฟอกที่คลินิก)
4,990 บาท
ใช้น้ำยาฟอกความเข้มข้นระดับสูง สำหรับผู้ที่ต้องการความขาวมากขึ้น
ฟอกฟันขาวที่บ้าน
B
คลินิก + ชุดฟอกที่บ้าน (Premium White)
5,999 บาท
ฟอกที่คลินิกแล้วรับชุดไปทำต่อที่บ้านเพื่อความขาวที่คงทนยาวนาน
C
ชุดฟอกที่บ้าน (Home Kit)
2,499 บาท
แถมน้ำยา USA Opalescence (น้ำยาความเข้มข้นสูงสั่งจ่ายโดยทันตแพทย์เท่านั้น)
น้ำยาฟอกฟันชาวความเข้มข้นสูง สั่งจ่ายได้โดยทันตแพทย์เท่านั้น
ข้อดีและข้อเสียของการฟอกสีฟัน
ข้อดี
- เห็นผลเร็ว ฟันขาวขึ้นชัดเจนภายใน 1 ชั่วโมงสำหรับการฟอกที่คลินิก
- ไม่ต้องกรอหรือทำลายเนื้อฟันธรรมชาติ
- ช่วยเพิ่มความมั่นใจในรอยยิ้มโดยค่าใช้จ่ายต่ำกว่าการทำวีเนียร์
ข้อเสียและข้อจำกัด
- อาจมีอาการเสียวฟันชั่วคราวหลังทำ
- ผลลัพธ์ไม่ถาวร ต้องดูแลและอาจต้องฟอกซ้ำเมื่อสีเริ่มกลับมาคล้ำ
- ไม่ได้ผลกับวัสดุอุด วีเนียร์ หรือครอบฟัน เพราะน้ำยาฟอกได้เฉพาะฟันธรรมชาติ
- ฟันที่เปลี่ยนสีจากภายในลึกอาจฟอกได้ไม่เต็มที่
ข้อดีของการฟอกฟันขาวที่คลินิก ด้วยระบบ LED แสงเย็นนำเข้า opalescence, pola office, dr.white tooth whitening system
ฟันขาวใส ไม่เพียงแค่ช่วยเสริมความมั่นใจในรอยยิ้ม แต่ยังสร้างความประทับใจแรกพบแก่ผู้คนรอบข้างได้อีกด้วย หากคุณกำลังกังวลเรื่องฟันหมองคล้ำ สีเหลือง หรือสีเทา และอยากได้ฟันขาวใสอีกครั้ง การฟอกฟันขาวด้วยเทคโนโลยี Cool Light LED อาจเป็นคำตอบที่คุณตามหา!
– ให้ผลลัพธ์ความขาวของฟันได้อย่างดีเยี่ยม โดยใช้เวลาเพียง 1 ชม. ช็อตละ 15 – 20 นาที ให้แน่ใจกับระดับความขาวให้ได้มากที่สุด ส่วนความขาวมากน้อยขึ้นอยู่กับเนื้อฟันคนไข้เป็นปัจจัย
- ลดปัญหาเสียวฟันน้อยที่สุดหรืดถึงกับไม่เสียวเลยในการรักษา
การนำชุดฟอกฟันขาว ไปทำที่บ้าน Take-Home Whitening
การฟอกฟันขาวที่บ้านเป็นวิธีทำอย่างค่อยเป็นค่อยไปจนเห็นผลของฟันที่ขาวขึ้น แต่การฟอกฟันขาวให้เห็นผลทันทีนั้น ควรทำการฟอกฟันขาวที่คลินิกเสร็จเรียบร้อยแล้ว นำชุดฟอกฟันที่บ้านกลับไปทำต่อเพิ่อความขาวของฟันที่คงทนและยาวนานยิ่งขึ้น ด้วยการเลือกใช้ เปอร์เซนต์ความเข้มข้นของนำ้ยาฟอกฟันที่เหมาะสมกับคนไข้ ยิ่งสูงย่อมทำให้ฟันขาวมากยิ่งขึ้น *นำ้ยาฟอกฟันที่มีความเข้มข้นมี %เปอร์เซนต์ทีสูงสามารถสั่งได้โดยทันตแพทย์เท่านั้น*
ขั้นตอนการฟอกฟันขาว ระบบพลังแสงเย็น ที่คลินิก
1. ใส่เครื่องมือคุ้มครองช่องปาก
2. ใส่นำยา NeoDam เพื่อคุ้มกันเหงือก
3. ใส่นำยาฟอกฟันลงบนฟัน
4. ทำการฉายพลังแสงเย็น Hydrogen Peroxide ให้เกิดปฏิกิริยากับนำยาฟอกฝัน 15 นาที x 3 รอบ (*ใช้เวลาทั้งหมด 1 ชั่วโมง*)
เพียงเท่านี้คุณก็จะยิ้มได้อย่างมั่นใจกับฟันที่ขาวสวย สดใส!
เปลี่ยนรอยยิ้ม เติมความมั่นใจด้วยการฟอกฟันขาว ระบบ Cool Light LED
ฟันขาวใส ไม่เพียงแค่ช่วยเสริมความมั่นใจในรอยยิ้ม แต่ยังสร้างความประทับใจแรกพบแก่ผู้คนรอบข้างได้อีกด้วย หากคุณกำลังกังวลเรื่องฟันหมองคล้ำ สีเหลือง หรือสีเทา และอยากได้ฟันขาวใสอีกครั้ง การฟอกฟันขาวด้วยเทคโนโลยี Cool Light LED อาจเป็นคำตอบที่คุณตามหา!
ขั้นตอนการฟอกสีฟันด้วยระบบแสงเย็นที่ iDentist
- ตรวจและวัดระดับสีฟันเดิมเพื่อเทียบผลก่อนและหลัง
- ทำความสะอาดและขูดหินปูน (หากมี) เพื่อเตรียมผิวฟัน
- ใส่เครื่องมือและน้ำยา NeoDam ปกป้องเหงือกและริมฝีปาก
- ทาน้ำยาฟอกลงบนผิวฟัน แล้วฉายแสงเย็น Cool Light LED ครั้งละ 15 นาที ประมาณ 3 รอบ (รวมราว 1 ชั่วโมง)
- ประเมินผลและให้คำแนะนำการดูแลหลังฟอก
ฟอกฟันขาวอยู่ได้นานแค่ไหน และดูแลอย่างไรให้ขาวนาน
- เลี่ยงอาหารและเครื่องดื่มสีเข้มโดยเฉพาะช่วง 48 ชั่วโมงแรก หากต้องดื่มให้ใช้หลอด
- งดสูบบุหรี่ ซึ่งเป็นตัวการทำให้ฟันกลับมาเหลืองเร็วที่สุด
- แปรงฟันวันละ 2 ครั้งและใช้ไหมขัดฟันเป็นประจำ
- พบทันตแพทย์เพื่อตรวจฟันและขูดหินปูนทุก 6 เดือน
ฟอกสีฟันแล้วขาวขึ้นมากแค่ไหน?
ผลลัพธ์ของการฟอกสีฟันส่วนใหญ่มักทำให้ฟันขาวขึ้นประมาณ 3-5 เฉด ทั้งนี้ขึ้นอยู่กับสีฟันเดิมและการตอบสนองของฟันต่อน้ำยาฟอกสีฟัน คุณหมอจะมีแผ่นเทียบเฉดสีฟันให้ดูเพื่อเปรียบเทียบก่อนและหลังการฟอก ซึ่งจะช่วยให้คุณเห็นความแตกต่างได้ชัดเจนครับ
หากคุณกำลังมองหาวิธีเพิ่มความมั่นใจในรอยยิ้ม การฟอกสีฟันถือเป็นตัวเลือกที่ยอดเยี่ยม
ฟอกสีฟันให้ปลอดภัย ต้องทำอย่างไร?
เลือกฟอกสีฟันกับทันตแพทย์ผู้เชี่ยวชาญที่ผ่านการรับรองเท่านั้น การใช้ผลิตภัณฑ์ที่หาซื้อเองอาจเสี่ยงต่อการอักเสบ เสียวฟัน หรือทำลายเนื้อฟันในระยะยาว
การฟอกสีฟันไม่ใช่เรื่องยาก แต่ต้องทำอย่างถูกวิธีและปลอดภัย ด้วยการดูแลที่เหมาะสม ฟันของคุณจะขาวสวยสดใสได้ยาวนาน
ฟอกสีฟัน กับ วีเนียร์ ต่างกันอย่างไร เลือกอะไรดี
ถ้าปัญหาหลักคือฟันเหลืองจากคราบ การฟอกสีฟันมักตอบโจทย์และคุ้มค่ากว่า แต่ถ้าอยากแก้ทั้งสีและรูปร่างฟันในคราวเดียว ลองศึกษาเรื่อง การเคลือบผิวฟันวีเนียร์ เพิ่มเติม และหากคุณ จัดฟัน อยู่ แนะนำให้ฟอกสีฟันหลังถอดเครื่องมือประมาณ 3 ถึง 6 เดือนเพื่อให้สีฟันสม่ำเสมอ
ฟอกสีฟัน ที่ไหนดี: ฟอกฟันขาว เกษตร แจ้งวัฒนะ รังสิต
iDentist Clinic ให้บริการฟอกสีฟันโดยทันตแพทย์ทั้ง 3 สาขา เปิดทุกวันถึง 20:00 น. เลือกสาขาที่สะดวกและทักไลน์เพื่อนัดปรึกษาฟรีได้เลย
ใกล้เซ็นทรัลลาดพร้าว เมเจอร์รัชโยธิน โทร 097-246-8899 · รายละเอียดสาขา
สรุป
การฟอกสีฟันเป็นวิธีเพิ่มความขาวและความมั่นใจให้รอยยิ้มที่ปลอดภัยและคุ้มค่า เมื่อทำโดยทันตแพทย์ ที่ iDentist คุณจะได้ระบบแสงเย็น Cool Light LED ที่เห็นผลใน 1 ชั่วโมง พร้อมการดูแลที่ช่วยลดอาการเสียวฟัน หากไม่แน่ใจว่าฟอกสีฟันหรือวีเนียร์เหมาะกับคุณมากกว่า ทักมาปรึกษาทันตแพทย์ได้ฟรีเพื่อรับคำแนะนำเฉพาะบุคคล
Q & A คำถามที่พบบ่อยๆ
ควรรอจนจัดฟันเสร็จก่อน เพราะแบร็คเก็ตจะทำให้ฟันฟอกออกมาไม่สม่ำเสมอ แนะนำให้เริ่มฟอกหลังถอดเครื่องมือประมาณ 3 ถึง 6 เดือน
ฟอกฟันขาวเพียงครั้งแรก คุณก็จะเริ่มสังเกตเห็นความเปลี่ยนแปลงของสีฟันที่สว่างขึ้นแล้วครับ อย่างไรก็ตาม ระดับความขาวจะขึ้นอยู่กับสภาพฟันของแต่ละคน
ขั้นตอนการฟอกฟันขาวใช้เวลาโดยเฉลี่ยประมาณ 30-45 นาทีเท่านั้น
ไม่ทำให้ฟันบางลง น้ำยาฟอกจะทำปฏิกิริยากับเม็ดสีในเนื้อฟันเพื่อให้ฟันดูขาวขึ้น โดยไม่กระทบต่อโครงสร้างหรือความหนาของเนื้อฟัน
ไม่เจ็บและไม่ต้องฉีดยาชา บางคนอาจเสียวฟันเล็กน้อยระหว่างหรือหลังทำ ซึ่งมักหายเองภายใน 24 ถึง 48 ชั่วโมง
โดยทั่วไปอยู่ได้ประมาณ 6 เดือนถึง 2 ปี ขึ้นอยู่กับการดูแลช่องปากและพฤติกรรมการกินดื่ม เช่น การดื่มชา กาแฟ หรือการสูบบุหรี่
ฟอกฟันขาว (Teeth Whitening) คือกระบวนการทางทันตกรรมที่ช่วยเปลี่ยนสีฟันที่หมองคล้ำ เหลือง หรือมีคราบ ให้กลับมามีความขาวสว่างขึ้นอย่างเป็นธรรมชาติและปลอดภัย
วิธีการฟอกฟันขาวที่ iDentist Clinic
iDentist Clinic มีบริการฟอกฟันขาว 2 รูปแบบหลัก ๆ เพื่อตอบโจทย์ความต้องการและไลฟ์สไตล์ที่แตกต่างกัน
1. การฟอกฟันขาวที่คลินิก (In-Office Whitening) เป็นการฟอกสีฟันที่ให้ผลลัพธ์รวดเร็วที่สุด โดยทำภายใต้การดูแลของทันตแพทย์ทั้งหมด มักใช้เวลาประมาณ 1 ชั่วโมง ขั้นตอนหลัก ๆ
ทำความสะอาดฟัน: ทันตแพทย์จะตรวจสุขภาพช่องปาก และอาจทำการขูดหินปูนหรือขัดฟันก่อนเพื่อประสิทธิภาพสูงสุด
ปกป้องเหงือกและเนื้อเยื่ออ่อน: ทันตแพทย์จะใส่วัสดุป้องกัน (เช่น NeoDam) เพื่อปกป้องเหงือก ริมฝีปาก และเนื้อเยื่ออ่อนในช่องปากจากน้ำยาฟอกสีฟันที่มีความเข้มข้นสูง
ทาน้ำยาฟอกสีฟัน: ทาน้ำยาฟอกสีฟันความเข้มข้นสูงลงบนผิวฟัน
กระตุ้นด้วยแสงเย็น (Cool Light LED): ใช้พลังงานแสงเย็นฉายกระตุ้นน้ำยาฟอกสีฟัน (Hydrogen Peroxide) ให้เกิดปฏิกิริยาการฟอกสีอย่างรวดเร็ว
ทำซ้ำ: ขั้นตอนนี้จะทำซ้ำประมาณ 2-3 รอบ (รอบละประมาณ 15 นาที) จนได้ความขาวตามที่ต้องการ
2. ชุดฟอกฟันขาวที่บ้าน (Home Bleaching Kit) เป็นการฟอกสีฟันด้วยตนเองที่บ้าน โดยใช้ชุดอุปกรณ์ที่ได้รับจากคลินิก ขั้นตอนหลัก ๆ
พิมพ์ปากและทำถาดฟอกสีฟัน: ทันตแพทย์จะทำการพิมพ์ปากของคุณเพื่อทำ ถาดฟอกสีฟัน (Tray) เฉพาะบุคคล ซึ่งจะมีขนาดพอดีกับฟันของคุณเท่านั้น
รับชุดน้ำยาและคำแนะนำ: คุณจะได้รับถาดฟอกสีฟันและเจลฟอกสีฟันที่มีความเข้มข้นต่ำกว่าที่ใช้ในคลินิก (เช่น น้ำยา Opalescence ของ USA) พร้อมคำแนะนำจากทันตแพทย์
ดำเนินการที่บ้าน: คุณจะนำเจลฟอกสีฟันมาใส่ในถาดแล้วสวมครอบฟันไว้ตามเวลาที่ทันตแพทย์กำหนด (มักจะเป็นช่วงกลางคืน หรือ 1-2 ชั่วโมงต่อวัน)
ความแตกต่างหลัก ๆ ระหว่างการฟอกสีฟันที่คลินิกกับการฟอกสีฟันที่บ้าน คือ ความเข้มข้นของน้ำยา ความรวดเร็วของผลลัพธ์ และ การดูแลโดยทันตแพทย์
| คุณสมบัติ | 1. ฟอกสีฟันที่คลินิก (In-Office Whitening) | 2. ชุดฟอกสีฟันที่บ้าน (Home Bleaching) |
| ความเข้มข้นของน้ำยา | สูงมาก (สั่งจ่ายและใช้โดยทันตแพทย์เท่านั้น) | ต่ำกว่า (ออกแบบมาให้ใช้เองได้อย่างปลอดภัย) |
| ความรวดเร็วของผลลัพธ์ | รวดเร็วมาก เห็นผลชัดเจนทันทีภายใน 1 ชั่วโมง | ค่อยเป็นค่อยไป ต้องทำต่อเนื่องหลายวัน/สัปดาห์จึงจะเห็นผลชัดเจน |
| การใช้แสงกระตุ้น | มีการใช้แสง (Cool Light LED) เพื่อเร่งปฏิกิริยา | ไม่มี (หรือใช้ไฟ LED พลังงานต่ำมาก) |
| ความเสี่ยงเสียวฟัน | มีโอกาสเสียวฟันมากกว่า เนื่องจากน้ำยาเข้มข้นสูง แต่ทันตแพทย์จะควบคุมและมียาลดการเสียวฟัน | เสียวฟันน้อยกว่า หรือแทบไม่เสียวฟันเลย |
| ค่าใช้จ่าย | สูงกว่า | ต่ำกว่า (เมื่อเทียบค่าใช้จ่ายต่อครั้ง) |
| ความสะดวก | ต้องนัดและเดินทางไปคลินิก | สามารถทำได้ทุกเวลาที่บ้าน โดยการใส่ถาดฟอกฟัน |
| ความปลอดภัย | สูงสุด เพราะทุกขั้นตอนอยู่ในการดูแลของทันตแพทย์ | ปลอดภัย หากทำตามคำแนะนำของทันตแพทย์อย่างเคร่งครัด |
ฟอกฟันขาวเจ็บไหม จะไม่เจ็บปวด การฟอกฟันขาวเป็นหัตถการที่ไม่ต้องใช้เข็มฉีดยาชา และไม่ทำลายโครงสร้างของเนื้อฟัน อาจมีอาการเสียวฟัน (Sensitivity) เนื่องจากน้ำยาฟอกสีฟันที่ใช้ในคลินิกมีความเข้มข้นสูง ผู้รับบริการบางรายอาจรู้สึก เสียวฟันเล็กน้อยถึงปานกลาง ในระหว่างหรือหลังการรักษา โดยเฉพาะในช่วง 24-48 ชั่วโมงแรก
ดื่มน้ำด้วยหลอด หากจำเป็นต้องดื่มเครื่องดื่มที่มีสีอ่อน เช่น น้ำผลไม้ ควรใช้หลอดดูดเพื่อลดการสัมผัสกับผิวฟัน อาการเสียวฟัน ใช้ยาสีฟันลดอาการเสียวฟันที่ทันตแพทย์แนะนำ และหลีกเลี่ยงการรับประทานอาหารที่กระตุ้นอาการเสียวฟัน
ควบคุมอาหารมีสี แม้จะพ้น 48 ชั่วโมงไปแล้ว ก็ยังควร ลดปริมาณ หรือ ลดความถี่ ในการดื่มชา กาแฟ ไวน์ หรืออาหารที่มีสีเข้ม หากดื่มเครื่องดื่มเหล่านี้ ควรบ้วนปากหรือแปรงฟันทันทีหลังดื่ม
งดสูบบุหรี่ การสูบบุหรี่เป็นปัจจัยหลักที่ทำให้ฟันกลับมามีสีเหลืองเร็วที่สุด การงดสูบช่วยยืดอายุความขาวได้มาก
การเลือกคลินิกฟอกฟันขาวที่ได้มาตรฐานและปลอดภัยมีความสำคัญมาก เพราะเกี่ยวข้องกับสุขภาพและความสวยงามของรอยยิ้มโดยตรง นี่คือเคล็ดลับสำคัญที่ควรพิจารณาเป็นอันดับแรก ๆ
- ความน่าเชื่อถือและมาตรฐานของคลินิก
- ความเชี่ยวชาญของทันตแพทย์
- ข้อมูลและรีวิวจากผู้ใช้บริการจริง
อาการเสียวฟันเป็นผลข้างเคียงที่อาจเกิดขึ้นได้หลังการฟอกสีฟันแต่ไม่ต้องกังวลนะคะ ที่ Identist Clinic ทันตแพทย์จะประเมินสุขภาพฟันของคุณก่อนทำการรักษา และเลือกใช้น้ำยาที่มีคุณภาพและเทคโนโลยีที่ช่วยลดอาการเสียวฟัน โดยอาการเสียวฟันมักจะเป็นเพียงชั่วคราวและจะค่อยๆ หายไปเองภายใน 1-2 วัน
ผลลัพธ์ของการฟอกสีฟันจะแตกต่างกันไปในแต่ละบุคคล ขึ้นอยู่กับสีฟันเดิมและสาเหตุของฟันเหลือง โดยทั่วไปแล้วฟันจะขาวขึ้นได้หลายระดับเลย ส่วนความขาวจะอยู่ได้นานแค่ไหนนั้น ขึ้นอยู่กับการดูแลรักษาและพฤติกรรมการรับประทานอาหารและเครื่องดื่มของคุณ เช่น ชา กาแฟ หรือการสูบบุหรี่ โดยปกติแล้วความขาวจะอยู่ได้นาน 6 เดือน ถึง 2 ปี หากดูแลอย่างดีก็จะช่วยให้ฟันขาวได้ยาวนานขึ้น
การฟอกสีฟันเหมาะสำหรับผู้ที่มีปัญหาสีฟันหมองคล้ำ ฟันเหลืองจากคราบอาหาร เครื่องดื่ม หรืออายุที่มากขึ้น และต้องการมีฟันที่ขาวสว่างขึ้นเพื่อเสริมสร้างความมั่นใจ อย่างไรก็ตาม ไม่แนะนำสำหรับสตรีมีครรภ์หรือกำลังให้นมบุตร และผู้ที่มีอายุต่ำกว่า 16 ปี
ก่อนมาฟอกสีฟัน แนะนำให้เข้ามาปรึกษาทันตแพทย์เพื่อตรวจสุขภาพช่องปากก่อนนะคะ หากมีฟันผุหรือเหงือกอักเสบ ควรทำการรักษาก่อน และควรขูดหินปูนเพื่อกำจัดคราบต่างๆ บนผิวฟัน ซึ่งจะช่วยให้การฟอกสีฟันมีประสิทธิภาพดียิ่งขึ้น
เพื่อให้ฟันขาวอยู่กับเราไปนานๆ แนะนำให้ปฏิบัติตามนี้
- หลีกเลี่ยงการรับประทานอาหารและเครื่องดื่มที่มีสีเข้ม เช่น ชา กาแฟ ไวน์แดง หรือซอสต่างๆ ในช่วง 48 ชั่วโมงแรกหลังฟอกสีฟัน
- งดสูบบุหรี่
- ดูแลความสะอาดช่องปากและฟันอย่างสม่ำเสมอ แปรงฟันอย่างน้อยวันละ 2 ครั้ง และใช้ไหมขัดฟันเป็นประจำ
- พบทันตแพทย์เพื่อตรวจสุขภาพช่องปากและขูดหินปูนทุกๆ 6 เดือน
การฟอกสีฟันภายใต้การดูแลของทันตแพทย์มีความปลอดภัยสูงมาก น้ำยาที่ใช้ถูกออกแบบมาสำหรับฟันโดยเฉพาะและไม่ทำลายโครงสร้างหรือเคลือบฟันธรรมชาติ การฟอกสีฟันที่ Identist Clinic จึงมั่นใจได้ทั้งความสวยงามและความปลอดภัย
น้ำยาฟอกได้ผลเฉพาะฟันธรรมชาติ วัสดุอุด วีเนียร์ หรือครอบฟันจะไม่ขาวขึ้นตาม หากมีวัสดุเหล่านี้ที่ฟันหน้า อาจต้องพิจารณาเปลี่ยนวัสดุใหม่หลังฟอกเพื่อให้สีสม่ำเสมอ
ไม่ควรทำบ่อยเกินไป โดยทั่วไปแนะนำทุก 1 ถึง 2 ปี หรือเมื่อสีฟันเริ่มกลับมาคล้ำ การทำบ่อยเกินจำเป็นอาจเพิ่มความเสี่ยงเสียวฟัน
- ลดการดื่มชา กาแฟ หากดื่มควรใช้หลอดดูด
- บ้วนปากด้วยน้ำเปล่าทุกครั้งหลังทานอาหาร
- แปรงฟันและใช้ไหมขัดฟันอย่างสม่ำเสมอ
- พบทันตแพทย์เพื่อขูดหินปูนและตรวจฟันทุก 6 เดือน
ยาสีฟันฟอกฟันขาวส่วนใหญ่จะช่วยขจัดคราบสีที่ผิวฟันชั้นนอกเท่านั้น ทำให้ฟันดูสว่างขึ้นเล็กน้อย แต่ไม่สามารถเปลี่ยนเฉดสีฟันจากเนื้อฟันด้านในได้เหมือนการฟอกสีฟันโดยทันตแพทย์ ซึ่งให้ผลลัพธ์ที่ชัดเจนและรวดเร็วกว่ามาก
เพราะคราบหินปูนจะขัดขวางการทำงานของน้ำยา ทำให้ฟอกได้ไม่สม่ำเสมอ การขูดหินปูนก่อนช่วยเตรียมผิวฟันให้น้ำยาทำงานได้เต็มที่