ตัวรากฟันเทียมที่ทำจากไทเทเนียมสามารถอยู่ได้นานหลายสิบปีหรือตลอดชีวิตหากดูแลดี ส่วนตัวครอบฟันด้านบนมักมีอายุประมาณ 10 ถึง 15 ปีและเปลี่ยนเฉพาะครอบได้โดยไม่ต้องถอนราก งานวิจัยพบอัตราการอยู่รอดของรากเทียมสูงถึงราว 95 ถึง 97 เปอร์เซ็นต์ในระยะ 10 ถึง 15 ปี สิ่งที่กำหนดอายุการใช้งานมากที่สุดคือการดูแลช่องปากและการตรวจเช็กสม่ำเสมอ มากกว่าชนิดของวัสดุ เพราะแม้ตัวรากจะไม่ผุ แต่เหงือกและกระดูกรอบรากเทียมยังอักเสบได้หากดูแลไม่ดี
Table of Contents
Toggleบทนำ
รากฟันเทียมเป็นการลงทุนที่มีค่าใช้จ่ายสูง หลายคนจึงอยากรู้ว่าเมื่อทำแล้วจะอยู่ได้นานแค่ไหน คุ้มค่ากับที่จ่ายไปหรือไม่ และต้องดูแลอย่างไรให้ใช้งานได้ยาวนานที่สุด
ข่าวดีคือ รากฟันเทียมเป็นวิธีทดแทนฟันที่ทนทานที่สุดและใกล้เคียงฟันธรรมชาติมากที่สุด หากฝังอย่างถูกต้องและดูแลดี ก็สามารถอยู่กับเราได้นานหลายสิบปี แต่อายุการใช้งานจริงขึ้นอยู่กับหลายปัจจัย โดยเฉพาะการดูแลของเราเอง
บทความนี้จะตอบว่ารากฟันเทียมอยู่ได้กี่ปี อะไรทำให้อยู่นานหรือพังเร็ว ดูแลอย่างไรให้อยู่นานที่สุด ต้องดูแลต่างจากฟันธรรมชาติไหม และสัญญาณแบบไหนที่ควรรีบพบทันตแพทย์ เพื่อให้คุณรักษารากฟันเทียมให้คุ้มค่าที่สุด
รากฟันเทียมอยู่ได้กี่ปี?
รากฟันเทียมประกอบด้วยสองส่วนหลักที่มีอายุการใช้งานต่างกัน คือ ตัวรากเทียม (ส่วนที่ฝังในกระดูก) และตัวครอบฟัน (ส่วนที่เห็นและใช้เคี้ยว) ตัวรากที่ทำจากไทเทเนียมสามารถอยู่ได้นานหลายสิบปีหรือตลอดชีวิตหากดูแลดี เพราะไทเทเนียมไม่ผุและเชื่อมกับกระดูกได้แน่น ส่วนตัวครอบฟันมักมีอายุประมาณ 10 ถึง 15 ปีตามการสึกหรอ และเปลี่ยนเฉพาะครอบใหม่ได้โดยไม่ต้องถอนตัวรากออก
ในแง่ตัวเลข งานวิจัยระยะยาวพบว่า อัตราการอยู่รอดของรากฟันเทียมอยู่ที่ประมาณ 97 เปอร์เซ็นต์ในระยะ 10 ปี ราว 95 เปอร์เซ็นต์ในระยะ 15 ปี และประมาณ 90 เปอร์เซ็นต์ในระยะ 25 ปี ซึ่งถือว่าสูงมากเมื่อเทียบกับวิธีทดแทนฟันแบบอื่น
การที่ตัวรากอยู่ได้นานแต่ตัวครอบต้องเปลี่ยนเป็นระยะ ถือเป็นเรื่องปกติและช่วยประหยัดในระยะยาว เพราะการเปลี่ยนครอบฟันมีค่าใช้จ่ายน้อยกว่าและไม่ต้องผ่าตัดถอนราก จุดนี้เป็นเหตุผลหนึ่งที่ทำให้รากฟันเทียมคุ้มค่าเมื่อคิดค่าใช้จ่ายเฉลี่ยต่อปีการใช้งาน
อะไรทำให้รากเทียมอยู่นานหรือพังเร็ว?
อายุการใช้งานของรากฟันเทียมไม่ได้ขึ้นอยู่กับชนิดของวัสดุเพียงอย่างเดียว แต่ขึ้นอยู่กับการดูแลและปัจจัยด้านสุขภาพเป็นหลัก ปัจจัยสำคัญที่ส่งผลโดยตรง ได้แก่
- การดูแลความสะอาดช่องปาก ถ้าทำความสะอาดไม่ดี คราบพลัคสะสมรอบรากเทียม จะทำให้เหงือกและกระดูกรอบรากอักเสบ
- โรคเหงือกและปริทันต์ การอักเสบรอบรากเทียม (peri-implantitis) เป็นสาเหตุหลักที่ทำให้รากเทียมล้มเหลว
- การสูบบุหรี่ ทำให้แผลหายช้าและเพิ่มความเสี่ยงการอักเสบรอบราก
- โรคประจำตัวที่คุมไม่ได้ เช่น เบาหวานที่ควบคุมไม่ดี มีผลต่อการหายและสุขภาพเหงือก
- การกัดของแข็งหรือการนอนกัดฟัน ทำให้ครอบฟันหรือรากเทียมรับแรงมากเกินไป
- ฝีมือทันตแพทย์และมาตรฐานคลินิก การวางแผนและฝังที่แม่นยำมีผลต่อความสำเร็จระยะยาว
จะเห็นว่าปัจจัยส่วนใหญ่อยู่ที่การดูแลและสุขภาพของเราเอง นั่นแปลว่าเราควบคุมอายุการใช้งานของรากฟันเทียมได้มากพอสมควรผ่านการดูแลที่ดี
ดูแลรากฟันเทียมยังไงให้อยู่นาน?
การดูแลรากฟันเทียมให้อยู่นานทำได้ด้วยการดูแลช่องปากที่ดีร่วมกับการตรวจเช็กกับทันตแพทย์สม่ำเสมอ เพราะความสำเร็จระยะยาวของรากฟันเทียมขึ้นอยู่กับการรักษาสุขภาพของเหงือกและกระดูกรอบรากให้แข็งแรง และควรพบทันตแพทย์เพื่อดูแลรากเทียมเป็นระยะ วิธีดูแลง่าย ๆ มีดังนี้
- แปรงฟันวันละ 2 ครั้งและใช้ไหมขัดฟันหรือแปรงซอกฟันสำหรับรากเทียม เพื่อกำจัดคราบรอบรากอย่างทั่วถึง
- พบทันตแพทย์เพื่อตรวจและทำความสะอาดรากเทียมสม่ำเสมอ ทุก 6 เดือน หรือถี่กว่านั้นตามที่แนะนำ
- เลี่ยงการสูบบุหรี่ เพราะเพิ่มความเสี่ยงการอักเสบและกระดูกละลายรอบราก
- เลี่ยงการเคี้ยวของแข็งจัด เช่น น้ำแข็ง กระดูก เพื่อไม่ให้ครอบฟันบิ่นหรือรากรับแรงมากเกินไป
- ใส่เฝือกสบฟันหากนอนกัดฟัน เพื่อลดแรงกระแทกที่ครอบฟันและรากเทียม
สิ่งสำคัญคือความสม่ำเสมอ การดูแลที่บ้านทุกวันร่วมกับการตรวจกับทันตแพทย์ช่วยให้ตรวจพบปัญหาเล็ก ๆ ได้ตั้งแต่เนิ่น ๆ ก่อนลุกลาม ซึ่งเป็นกุญแจสำคัญที่ทำให้รากฟันเทียมอยู่ได้นาน
รากฟันเทียมต้องดูแลต่างจากฟันธรรมชาติไหม?
รากฟันเทียมดูแลคล้ายฟันธรรมชาติในเรื่องการแปรงฟันและใช้ไหมขัดฟัน แต่มีจุดต่างที่ควรเข้าใจ คือ ตัวรากเทียมไม่ผุเหมือนฟันจริงเพราะทำจากไทเทเนียม อย่างไรก็ตาม เหงือกและกระดูกที่อยู่รอบรากเทียมยังสามารถอักเสบและเป็นโรคได้หากมีคราบพลัคสะสม
ภาวะอักเสบรอบรากเทียมที่เรียกว่า peri-implantitis เกิดจากแบคทีเรียสะสมจนทำลายกระดูกที่ยึดรากเทียม และเป็นสาเหตุสำคัญที่ทำให้รากเทียมโยกและล้มเหลว ดังนั้นแม้รากเทียมจะไม่ผุ ก็ยังต้องดูแลความสะอาดรอบรากอย่างดีเหมือนหรือมากกว่าฟันธรรมชาติ
อีกจุดที่ต่างคือ การทำความสะอาดรากเทียมโดยทันตแพทย์ต้องใช้เครื่องมือเฉพาะที่ไม่ทำให้ผิวรากเป็นรอย จึงควรทำกับทันตแพทย์ที่มีความชำนาญ การเข้าใจความต่างนี้ช่วยให้ดูแลได้ถูกวิธีและรักษารากฟันเทียมให้อยู่นาน
สัญญาณที่ควรพบทันตแพทย์ และการตรวจเช็กสม่ำเสมอ
แม้รากฟันเทียมจะแข็งแรง แต่ควรสังเกตอาการผิดปกติที่อาจบ่งชี้ปัญหา และรีบพบทันตแพทย์เมื่อพบสัญญาณเหล่านี้ ได้แก่ เหงือกรอบรากเทียมบวมแดงหรือมีเลือดออก รู้สึกว่ารากเทียมหรือครอบฟันโยก มีกลิ่นหรือรสแปลกบริเวณราก เจ็บเวลาเคี้ยว หรือเหงือกร่นจนเห็นส่วนโลหะ
อาการเหล่านี้อาจเป็นสัญญาณเริ่มต้นของการอักเสบรอบราก ซึ่งหากพบและรักษาเร็วมักจัดการได้ง่ายกว่า การปล่อยไว้อาจทำให้กระดูกรอบรากละลายจนรากเทียมล้มเหลว การไม่ละเลยสัญญาณเล็ก ๆ จึงช่วยรักษารากฟันเทียมไว้ได้
นอกจากสังเกตอาการเอง การตรวจเช็กกับทันตแพทย์สม่ำเสมอสำคัญมาก เพราะทันตแพทย์สามารถตรวจสุขภาพเหงือกและกระดูกรอบราก เอกซเรย์ดูระดับกระดูก และทำความสะอาดจุดที่แปรงเข้าไม่ถึง ช่วยให้พบปัญหาก่อนแสดงอาการและดูแลรากเทียมให้อยู่นาน
ดูแลรากฟันเทียมที่ iDentist Clinic
ที่ iDentist Clinic ดูแลรากฟันเทียมครบวงจรโดยทีมทันตแพทย์เฉพาะทาง ตั้งแต่การฝังรากที่วางแผนด้วยเอกซเรย์ 3 มิติ ไปจนถึงการตรวจเช็กและทำความสะอาดรากเทียมด้วยเครื่องมือที่เหมาะสม เพื่อให้รากฟันเทียมของคุณอยู่ได้นานและสุขภาพเหงือกแข็งแรง
หากมีปัญหาเหงือกอักเสบรอบรากหรืออยากดูแลสุขภาพเหงือกให้แข็งแรง ทันตแพทย์สามารถประเมินและดูแลโรคเหงือกและปริทันต์ได้ และเมื่อมองความคุ้มค่าระยะยาว รากฟันเทียมที่อยู่ได้หลายสิบปีมักคุ้มกว่าเมื่อเทียบกับราคาที่จ่ายตั้งแต่แรก
คลินิกเปิดบริการ 3 สาขา ทุกวันถึง 20:00 น. ที่เกษตร แจ้งวัฒนะ และรังสิต หากทำรากฟันเทียมแล้วอยากตรวจเช็กหรือปรึกษาเรื่องการดูแล ทักมาปรึกษาและนัดหมายทันตแพทย์ได้ฟรีทาง LINE @identistclinic เพื่อรักษารากฟันเทียมให้อยู่กับคุณไปนาน ๆ
สรุป
ตัวรากฟันเทียมที่ทำจากไทเทเนียมอยู่ได้นานหลายสิบปีหรือตลอดชีวิตหากดูแลดี ส่วนตัวครอบฟันมักมีอายุ 10 ถึง 15 ปีและเปลี่ยนเฉพาะครอบได้โดยไม่ต้องถอนราก งานวิจัยพบอัตราการอยู่รอดสูงราว 95 ถึง 97 เปอร์เซ็นต์ในระยะ 10 ถึง 15 ปี โดยสิ่งที่กำหนดอายุการใช้งานมากที่สุดคือการดูแลและการตรวจเช็กสม่ำเสมอ มากกว่าชนิดวัสดุ
แม้ตัวรากจะไม่ผุ แต่เหงือกและกระดูกรอบรากยังอักเสบได้ จึงต้องดูแลความสะอาดอย่างดีและพบทันตแพทย์สม่ำเสมอ หากทำรากฟันเทียมแล้วอยากให้อยู่ได้นานที่สุด หรือมีสัญญาณผิดปกติรอบราก นัดปรึกษาและตรวจเช็กกับทันตแพทย์เฉพาะทางของ iDentist Clinic ได้ที่ทั้ง 3 สาขา
คำถามที่พบบ่อย (FAQ)
รากฟันเทียมอยู่ได้กี่ปี?
ตัวรากเทียมที่ทำจากไทเทเนียมอยู่ได้นานหลายสิบปีหรือตลอดชีวิตหากดูแลดี ส่วนตัวครอบฟันมักมีอายุประมาณ 10 ถึง 15 ปีและเปลี่ยนเฉพาะครอบได้โดยไม่ต้องถอนราก งานวิจัยพบอัตราการอยู่รอดราว 95 ถึง 97 เปอร์เซ็นต์ในระยะ 10 ถึง 15 ปี ซึ่งถือว่าสูงมากเมื่อเทียบกับวิธีทดแทนฟันแบบอื่น
อะไรทำให้รากฟันเทียมพังเร็ว?
สาเหตุหลักคือการดูแลความสะอาดไม่ดีจนเกิดการอักเสบรอบราก (peri-implantitis) รวมถึงโรคเหงือก การสูบบุหรี่ เบาหวานที่คุมไม่ได้ การกัดของแข็งหรือนอนกัดฟัน และการฝังที่ไม่ได้มาตรฐาน ปัจจัยส่วนใหญ่อยู่ที่การดูแลและสุขภาพของเราเอง จึงควบคุมได้ผ่านการดูแลที่ดี
ดูแลรากฟันเทียมยังไงให้อยู่นาน?
แปรงฟันวันละ 2 ครั้ง ใช้ไหมขัดฟันหรือแปรงซอกฟันสำหรับรากเทียม พบทันตแพทย์ตรวจและทำความสะอาดสม่ำเสมอทุก 6 เดือน เลี่ยงการสูบบุหรี่และการเคี้ยวของแข็งจัด และใส่เฝือกสบฟันหากนอนกัดฟัน ความสม่ำเสมอในการดูแลที่บ้านร่วมกับการตรวจกับทันตแพทย์คือกุญแจสำคัญ
รากฟันเทียมผุได้ไหม?
ตัวรากเทียมไม่ผุเพราะทำจากไทเทเนียม แต่เหงือกและกระดูกที่อยู่รอบรากยังอักเสบและเป็นโรคได้หากมีคราบพลัคสะสม ภาวะอักเสบรอบราก (peri-implantitis) เป็นสาเหตุสำคัญที่ทำให้รากเทียมล้มเหลว จึงต้องดูแลความสะอาดรอบรากอย่างดีเหมือนหรือมากกว่าฟันธรรมชาติ
รากฟันเทียมมีสัญญาณผิดปกติแบบไหนที่ควรพบทันตแพทย์?
ควรพบทันตแพทย์เมื่อเหงือกรอบรากบวมแดงหรือมีเลือดออก รากเทียมหรือครอบฟันโยก มีกลิ่นหรือรสแปลกบริเวณราก เจ็บเวลาเคี้ยว หรือเหงือกร่นจนเห็นส่วนโลหะ อาการเหล่านี้อาจเป็นสัญญาณการอักเสบรอบราก หากพบและรักษาเร็วมักจัดการได้ง่ายกว่า
ตรวจทานเนื้อหาโดยทีมทันตแพทย์เฉพาะทาง iDentist Clinic · บทความนี้ให้ข้อมูลทั่วไปเพื่อประกอบการดูแลตัวเอง ไม่ทดแทนการวินิจฉัยของทันตแพทย์ หากมีอาการผิดปกติรอบรากฟันเทียมควรพบทันตแพทย์